[Review] Battlefield 3 โดย @obsiCO

battlefield-3-bf-3

BATTLEFIELD 3
Developer: Digital Illusions Creative Entertainment (DICE)
Publisher: Electronic Arts (EA)
Genre: FPS, Action
Rating: 18+

 

ขออภัยอย่างสูงครัฟที่มาช้า (ห้องเชียร์มันแจ่มไปเบยนะ) แต่ในที่สุดก็มาซะทีกับรีวิว Battlefield 3! ซึ่งป่านนี้ใครหลายคนคงจะซื้อและกระหน่ำปั่นเลเวลอินทรีทองกันกระจายไปแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังลังเลอยู่ว่าจะซื้อดีหรือไม่ ลองอ่านรีวิวนี้ประกอบการตัดสินใจดูละกันครับ  ;-)

 

บทรีวิวนี้จะขอแยกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ Campaign, Co-op, Multiplayer, และ Graphics & Sound


 

Campaign

เนื้อเรื่องของ Battlefield 3 จะเป็นเหตุการณ์ในอดีตของเหตุการณ์ในอดีต (จริงๆ นะ  :lol: ) ของนายทหาร Henry Blackburn ที่ถูกเจ้าหน้าที่ CIA จับมาสอบสวน(และตะคอกน้ำลายสะเด็น) และจากการสอบสวนก็ขยายไปสู่ภัย “หัวรบนิวเคลียร์ที่หายไป” ที่พร้อมจะปะทุขึ้นมาได้ทุกเวลา

 

Battlefield 3 ดำเนินเรื่องคล้ายๆ กับ Call of Duty: Black Ops อยู่พอสมควรครับ หลังจากจบด่านหนึ่งแล้วจะวกกลับมาหานาย Blackburn จับเข่าคุยกันซักพักก่อนจะย้อนอดีตไปด่านต่อไป

Photobucketหนูคิดถึงแม่แบ้ว

ส่วนเกมเพลย์ของโหมด Campaign นี่…เรียกว่า Call of Duty: Battlefield 3 คงจะเป๊ะกว่า เพราะถอดแบบมาคล้ายกันเลยครับ คุณจะได้วิ่งตามเพื่อน ยิงศัตรูที่ผลุบๆ โผล่ๆ ตามที่กำบังราวกับ Virtual Cop ก็มิปาน ฟังเพื่อนตะโกนกรอกหูให้คำสั่ง รอดูเพื่อนถีบประตู แล้วก็ไปต่อ แล้วก็นั่งดูฉากชวนตะลึง แล้วก็จบด่าน ตรงแหน่วยิ่งกว่าไม้เมตร แม้กระทั่งด่านที่ได้นั่งเครื่องบินเจ็ต คุณก็ได้แค่้นั่งอยู่ที่เบาะหลังเท่านั้นเอง

ที่สำคัญตัวเกมยังสั้นมาก สั้นยิ่งกว่ากระปู๋มด ผมใช้เวลาแค่ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้นก็จบแล้ว แถมยัง Bug เพียบจนนักสะสมแมลงคงจะชอบ ศัตรูที่ไม่รู้จะยิงแม่นไปไหน ยิงทะลุก้อนหินได้อีกตะหาก แต่ AI ดันโง่อย่างเหลือเชื่อ เพื่อนเรากับทหารอีกฝ่ายยืนชิดจนแทบจะจูบกันอยู่แล้วยังอุตส่าห์ปล่อยให้มันมายิงเราจนได้ ทำให้ผมสงสัย DICE/EA ปล่อยผ่านข้อเสียเหล่านี้มาได้ยังไงน้อ… อารมณ์เหมือนงานปั่นส่งอาจารย์ (ในที่นี้คงเป็น EA) มากกว่า

น่าเสียดายจริงๆ ที่ DICE/EA ทิ้งรูปแบบ Campaign ของ Battlefield: Bad Company 2 ที่เปิดกว้างทิ้งไป แล้วไป “ลอกแบบ” Call of Duty เพื่อทำมาชนกับเกมต้นแบบ ขึ้นชื่อว่า Battlefield 3 แล้ว ผมเชื่อว่าเกมเมอร์คงจะอยากเห็นอะไรใหม่ๆ เจ๋งๆ จาก DICE มากกว่าเกมโคลน Call of Duty แน่นอน

 

Photobucketยิง… รอเพื่อนถีบประตู… ยิงต่อ…

 

แต่ Campaign ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว แทนที่คุณจะได้รับบทเป็นสุดยอดฮีโร่แรมโบ้ยังอายอย่างใน Call of Duty, ใน Battlefield 3 จะเน้นความสมจริงของสงครามมากกว่า ทุกบทบาทที่เกมมอบให้ชวนให้ตื่นเต้นอยู่เสมอ (ยกเว้นด่านเครื่องบินเจ็ตที่ทำเอาผมสลบคาจอ) เนื้อเรื่องชวนให้ติดตามจนจบถึงจะไม่ได้โดดเด่นอะไร บทพูดของตัวละครที่เจ๋งฮาปลิ้น ไม่ฮีโร่จ๋าจนเกินไป ฉากชวนตะลึงที่เจ๋งสุดๆ ฉากดราม่าที่ทำมาได้ถึงใจพอสมควร …อาจจะไม่ถึงขั้นดีเยี่ยม แต่ก็จัดว่า “ดี” ครับ

Photobucketฉากเครื่องบินเจ็ตที่น่าเสียดาย ถึงกราฟิกจะสวยทะลุโลกก็ตามที


Co-op

Co-op Campaign เป็นส่วนเนื้อเรื่องที่ผู้เล่น 2 คนจะต้องฝ่าภารกิจต่างๆ ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย แต่ละด่านจะมีความยาวโดยรวมประมาณ 10-30 นาที และประกอบไปด้วยด่านทั้งหมด 6 ด่านด้วยกัน

Photobucket

ด่านอาจจะน้อยไปนิด แต่โดยรวมแล้วสนุกและน่าตื่นเต้นดีครับ แต่ละด่านมีภารกิจที่หลากหลาย บทจะซุ่มก็ทำออกมาได้ลุ้นดี บทจะลุยก็ระทึกใช้ได้ และที่สำคัญคือ ให้ความสำคัญกับ ‘ทีมเวิร์ค’ มากครับ ใครลุยดะออกไปคนเดียวมักจะกลายเป็นลาบดิบก่อนใครเพื่อน เพราะฉะนั้นระหว่างเล่นต้องคุยปรึกษากันตลอดเวลา เหมาะกับเล่นกับเพื่อนมากกว่าเล่นกับฝรั่งที่ไหนก็ไม่รู้ครับ

จบแต่ละด่านก็จะมีสรุปคะแนน พร้อมกับเปรียบเทียบคะแนนกับคนทั่วโลก (Leaderboards) และยิ่งคะแนนมากเท่าไรก็จะปลดล็อคอาวุธลับเฉพาะที่มีแต่ใน Co-op เท่านั้นถึง 7 อาวุธอีกด้วย!

Photobucketถึงจะมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่กราฟิกก็ไม่ได้น้อยหน้าเกมไหนๆ เลย

ข้อเสียของ Co-op Campaign นี้คือ จำนวนด่านที่น้อย สั้น และความตรงแหน่วเช่นเดียวกับ Campaign หลัก ไม่ชวนให้กลับมาเล่นซ้ำใหม่เท่าไรนัก เหมาะสำหรับการเล่นฆ่าเวลา เล่นรอ Server ที่หมายปองมีที่ว่าง มากกว่าการเล่นแบบเอาจริงเอาจังหลายๆ รอบครับ

 

Multiplayer

บางทีนั่งเล่น Battlefield 3 อยู่ก็อยากจะยืนอยู่นิ่งๆ ดูภาพสงครามที่ปะทุดุเดือดอลังการตระการตาอยู่ตรงหน้า.. มองขึ้นไปบนฟ้าก็เห็นเครื่องบินเจ็ตบินฉวัดเฉวียนไล่กราดกระสุน มองลงมาก็เห็นผู้คนวิ่งไปยึดภารกิจ รถถังตีโอบยิงอาคารทั้งหลังให้ถล่มลงมา ระเบิดดังตูมตามขึ้นทุกที่…

มันช่างชิบหายวายป่วงราวกับเป็น “สนามรบ” จริงๆ ครับ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากผู้เล่น 64 คนที่เล่นอยู่ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเครื่องบินเจ็ตบนฟ้าหรือรถถังบนพื้น และด้วยการที่เกมให้รางวัลกับผู้เล่นที่เล่นเป็นทีม ไม่เน้นแต่เพียงผู้ที่ฆ่าได้เยอะอย่างเดียว เป็นจุดที่ช่วยดึงให้ผู้เล่นในทีมทั้ง 32 คนพยายามเล่นอย่างช่วยเหลือกันจริงๆ

Photobucketชูมือขึ้นแล้วหมุนๆ

 

Map ทั้งหมด 8 ด่านก็ออกแบบมาได้ดีมีคุณภาพ มีสภาพแวดล้อมที่หลากหลายในด่านเดียวและยังสวยงามน่าดูชม โดยเฉพาะด่านขนาดมโหฬารยอดนิยม Caspian Border ที่เป็นส่วนผสมของป่าและอาคารที่ออกแบบมาอย่างลงตัว โครงสร้างของด่านทุกด่านเองก็ให้อิสระแก่ผู้เล่นสูงมาก ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องไปยึดจุด A จึงจะได้จุด B แต่สามารถขับฮ.ไปโผล่จุด D แล้วค่อยตีย้อนมา C หรืิอ B ก็ได้ เพราะความเป็นอิสระนี้เองที่ทำให้สนามรบดำเนินไปอย่างโกลาหล ไม่ตายตัว พลิกผันได้ตลอดเวลา โดยทั้งหมดขึ้นอยู่ฝีมือของผู้เล่นทุกคนในทีมล้วนๆ

 

นอกจากฉากสงครามตระการตาแล้ว Battlefield 3 Multiplayer ยังมีดีที่ความสมดุลครับ รถถังไม่โหดจนเกินไป ฮ.ไม่โหดจนเกินไป และเหล่าชมรมคนตั้งแคมป์ที่ชอบซุ่มด้วย Sniper ก็ไม่ได้ครองโลกอีกต่อไปแล้ว เมื่อเหล่า Sniper ตั้งกล้องส่อง แทบทุกคนในด่านจะเห็นเป็นแสงวิ้งๆ มาแต่ไกลเลยทีเดียว กระสุนปืนทุกปืนมีแรงเฉื่อยไม่ได้พุ่งฉิวไปตามที่เล็งไว้ และสมดุลในจุดอื่นๆ อีกมากมาย ถึงในระหว่างที่รีวิวนี้จะมีจุดที่หลุดสมดุลอยู่บ้าง อย่างปืนลูกซองที่แม่นยังกับสไนเปอร์ แต่ DICE/EA ก็ทำให้เราอุ่นใจด้วยการสัญญาว่าจะออก Patch มาในเร็วๆ นี้ ยกนิ้วให้เลย! (นิ้วโป้งนะครับ)

Photobucketกระโดดจากแท่นด้านบนลงสู่สนามรบข้างล่าง… ผลงานการออกแบบด่านชั้นเยี่ยมของ DICE

 

ของที่มีให้ Unlock ก็เยอะจริงๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะปลดล็อคครบทั้งหมดในเร็ววัน ไหนจะอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่ให้มาตามเลเวลหรือตาม Class, ไหนจะ Attachments ของแต่ละปืน ไหนจะ Service Stars ไหนจะเลเวลที่มีให้ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะไม่มีที่สิ้นสุด… ที่ DICE/EA คุยไว้ว่า “ใช้เวลา 2-3 ปีกว่าจะเก็บทุกอย่างครบหมด” ไม่ใช่เรื่องขี้โม้เลยครับ

 

ข้อเสียที่เล็กๆ ของโหมดนี้ คือ Battlelog ครับ มันคือเว็บที่คอยเก็บสถิติของผู้เล่น Battlefield รวมถึงทำหน้าที่เป็น Social Network ด้วย พูดง่ายๆ ก็คล้ายๆ กับ Facebook นี่เอง ฟังดูดีครับ แต่จุดเสียของมันคือ ผู้เล่นจะต้องเลือก Server ผ่าน Battlelog เท่านั้น! นั่นก็คือ ถ้าอยากเปลี่ยน Server ก็ต้องปิดเกมก่อน แล้วหาผ่าน Battlelog ใหม่อีกครั้ง ด้วยความที่เว็บยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าใดนัก ไม่โชว์ Ping เอย ระบบ Party Join เอย ระบบ Chat ที่กากมาก บางทีต้อง Refresh ทั้งหน้าเพื่ออ่านที่เพื่อนแชทเอย การใช้ไมค์ผ่านเว็บที่บางทีเสียงก็ออกมั่งไม่ออกมั่งเอย (จนต้องหนีไปใช้ Skype)…กากขิงขังครับ

Photobucketตัวอย่างหน้าตา Battlelog

อาจจะมีจุดดีอยู่บ้าง การรันเกมผ่าน Battlelog ทำให้คอมพิวเตอร์ไม่ต้องเสียเวลาโหลดหน้าเมนู ทำให้โหลด Map เร็วขึ้นมาก แต่จุดดีก็มีเท่านี้เอง จะดีกว่าไหมที่ให้ผู้เล่นเลือกได้ว่าจะรันเกมจากทางไหน ดีกว่ามาบังคับใช้ระบบที่ยังไม่พร้อมเช่นนี้?

 

แต่อย่างไรก็ดี Battlefield 3 Multiplayer เป็นอะไรที่สนุก ติดลม และดูดวิญญาณมากครับ บรรยากาศสงครามที่อลังการงานสร้างและเกมเพลย์ที่สนุกสมดุล ช่วยรั้งให้ผู้เล่นติดพันอยู่กับมันตลอดเวลา ส่วน Bug และปัญหาต่างๆ ที่ประสบพบเจอมาใน Beta ก็หายไปแทบหมดเกลี้ยง ราวกับเป็นคนละเกมเลยทีเดียว… ผมเคยสัญญากับตัวเองว่า “เล่นซัก Map ก่อนนอนแล้วกัน” …รู้สึกตัวอีกทีก็สว่างแล้ว

 

หากมองข้ามข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ อย่าง Battlelog ไปได้แล้ว จะพูดว่า Battlefield 3 เป็นหนึ่งในเกม Multiplayer ที่ดีที่สุดในโลก ก็ไม่ใช่คำพูดที่เว่อร์โวขี้โม้แต่อย่างใดเลยครับ

 

Graphics & Sound

ด้วย Engine เทคโนโลยีล้ำยุค Frostbite 2.0 ทำให้ Battlefield 3 เป็นเกมที่มีกราฟิกสวยงามที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ครับ รายละเอียด Texture ก็ละเอียดยิบ แสงเงาก็สวยงามสมจริง เอฟเฟกต์ที่ละเอียดตระการตา ทุกการระเบิดดูหนักแน่นสวยงาม ระบบ Animation ของตัวละครก็ละเอียดลื่นไหลไม่มีสะดุดไม่มีลักไก่ สภาพแวดล้อมที่พังทลายได้ …เพียงเท่านี้เองก็ทำให้เราอินกับเกมได้ง่ายๆ แล้ว

Photobucket

 

 

สำหรับเกมที่มี Map ขนาดยักษ์และภาพสวยขนาดนี้แล้ว กลับกินสเป็คน้อยกว่าที่ึคิดไว้อีกครับ เครื่องของผมไม่ผ่านขั้นแนะนำก็ยังปรับ High, Ultra, เงา Medium ได้สบาย อาจจะมีกระตุกบ้างบางช่วงแต่ก็ไม่ “กระตุกสัด” อย่างที่เรากลัวๆ กัน แต่ถึงจะปรับกราฟิก Low หมด ภาพที่ได้ก็ไม่น่าเกลียดครับ กลับสวยพอๆ กับ Battlefield: Bad Company 2 ด้วยซ้ำไป

 

และที่เจ๋งคือ มันลื่นกว่า Beta ซะอีก! ใน Beta ผมได้ FPS ประมาณ 20-30 แต่ในตอนนี้ FPS เด้งไปถึง 30-50 ได้อย่างสบาย

Photobucketกรีนพีซมาเห็นคงลมจับ

 

ระบบเสียงของ Battlefield 3 ก็ละเอียดและสมจริงไม่แพ้กัน เสียงที่เราได้ยินจะแปรเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ในอุโมงค์ก็จะเสียงก้อง ในที่โล่งก็เสียงกว้าง เสียงที่ดังจากไกลๆ ก็จะเพี้ยนไปจากเสียงจริง เป็นต้น ระหว่างที่เราเล่นอยู่ เราจะได้ยินเสียงเครื่องบินเจ็ตบินฉิวตัดอากาศบนฟ้า เสียงรถถังเคลื่อนที่บนถนนลูกยาง เสียงฝีเท้าเพื่อนทหาร เสียงร้องบาดเจ็บ เสียงระเบิดกึกก้องจากทั้งไกลและใกล้… แนะนำให้ใส่หูฟังระหว่างเล่นอย่างสูงครับ  :-D

 

เพลงประกอบของ Battlefield 3 ฉีกแนวไปทาง Electronics มากกว่าจะใช้ออเคสตราตามกระแสนิยม ซึ่งทำออกมาได้ดีมาก โดยเฉพาะเพลง Theme ของเกมที่ฟังเมื่อไรก็ขนลุกชูชันให้กับความอลังการของมัน ส่วนเพลงอื่นๆ จะเป็นเหมือน ‘จังหวะ’ ที่คอยเสริมอารมณ์ให้กับกราฟิกที่สมจริงอยู่แล้วมากกว่า เอาเพลงมาฟังเดี่ยวๆ อาจจะไม่ได้ดีเด่อะไร แต่พอฟังในเกมแล้วกลับชูอารมณ์ได้ดีทีเดียว ไม่นึกว่าเพลงแนวนี้จะใช้กับเกมสงครามบู๊เลือดเดือดได้ด้วย

 

SUMMARY

สรุปแล้ว ถ้าอยากเล่น Battlefield 3 จงเล่น Multiplayer ครับ รับรองว่าไม่ผิดหวัง แต่ถ้าจะซื้อมาเพื่อ Campaign กับ Co-op ละก็ ซื้อเกมอื่นดีกว่า …จริงๆ ไม่ต้องใส่สองอย่างหลังนี้เข้ามา ก็ยังคุ้มเงินอยู่นะเออ

 

GOOD

- หนึ่งในเกม Multiplayer ที่ดีที่สุดในโลก

-  กราฟิกสวยหยาดเยิ้ม ระบบเสียงสุดยอด

- Frostbite 2.0 เป็น Engine ที่ล้ำสุดๆ

 

BAD

- Campaign ไม่น่าจดจำ สั้นเกินไป (3-4 ชม.) อุดมไปด้วย Bug และพยายามเลียนแบบ Call of Duty มากไป

- Co-op ไม่ชวนให้กลับมาเล่นซ้ำ

- Battlelog กาก

 

(หักคะแนน Gameplay ออก 2 คะแนน และ Value ออก 1.5 คะแนนเพราะ Campaign กับ Co-op ครับ)

Battlefield 3 Score - 8.8/10

 

**ขอบคุณภาพประกอบจาก dailyrecord.co.uk, newgamenetwork.com, neoseeker.com, heavyeggs.com, amazonaws.com, dealspwn.com, truehdwallpaper.com, co-optimus.com ครับ


About the author: obsiCO

เด็กติดเกม

Comment :

No comments yet.

Leave a comment

You must be logged in to post a comment.